Prachaya Prasol Blog
Sharing Economy
Sharing Economy คือ
คือรูปแบบเศรษฐกิจที่ใครมีอะไรก็เอาออกมาแชร์ในรูปแบบการเช่า (อะไรก็ได้ที่ว่านี่หมายถึงทรัพย์สิน) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของสินทรัพย์ การเกิดขึ้นของรูปแบบเศรษฐกิจนี้ เป็นผลพ่วงมาจากการที่คนเรามีอินเตอร์เน็ตในการเข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น โดยมีแพลตฟอร์มอะไรซักอย่างเป็นตัวกลางในการเป็น market share

ประโยชน์ ของ Sharing Economy
เป็นการแชร์ทรัพยากร สินค้า และบริการรวมกันระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภคโดยตรง
บริษัทที่ประกอบธุรกิจด้วย Sharing Economy ไม่ต้องมีสินค้าเป็นของตัวเอง
ลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจในหลาย ๆ ด้านเนื่องจากบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้วย Sharing Economy มีลูกจ้างน้อยกว่าธุรกิจแบบเดิม หรือไม่มีลูกจ้างเลย เนื่องจากการดำเนินงานเป็นแบบคล้ายกับเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกัน
ข้อวิจารณ์เกี่ยวกับ Sharing Economy
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวคิดนี้ได้รับการยอมรับมากขึ้นมาจาก 2 ปัจจัย คือ 1. สภาพเศรษฐกิจที่อ่อนแอภายหลังจากวิกฤตการเงินโลกในปี 2008 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีอัตราการว่างงานสูง และ 2. การเข้าถึงข้อมูลบนเครือข่ายสังคมออนไลน์และการประมวลผลแบบ Cloud Computing ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้เข้าถึงข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณซึ่งเกี่ยวกับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ดีขึ้น
ผลกระทบของ Sharing Economy ต่อ สังคมไทย ในทางบวกและทางลบ
ข้อดีของ Sharing Economy
ข้อดีที่สำคัญของแนวคิดนี้คือ 1. ลดค่าใช้จ่ายแทนการซื้อสินทรัพย์หรือการเช่าสินทรัพย์จากผู้ให้เช่าในรูปแบบเดิม และ 2. ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในการคำนึงถึงความคุ้มค่าและการจัดสรรทรัพยากรที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่จะต้องตัดสินใจซื้อสินค้าที่สามารถแบ่งปันกันได้หรือสินค้าที่มีราคาสูง

งานวิจัยของ Ernst & Young ในปี 2015 ประเมินมูลค่าของสินค้าที่สามารถแบ่งปันได้ เช่น ยานพาหนะ อุปกรณ์เจาะ เครื่องตัดหญ้า คิดเป็น 20-30% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดของครัวเรือน และจากผลสำรวจของ Harvard Business Review ได้พบว่าลูกค้าส่วนใหญ่จะยอมแบ่งปันทรัพยากรถ้าสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างน้อย 25% ของราคาสินทรัพย์นั้น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มลูกค้าที่มีอายุน้อยมักจะมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ
Sharing Economy มีข้อเสียอย่างไร
ข้อเสียประการแรกของแนวคิดนี้คือก่อให้เกิดวัฒนธรรมการบริโภคแบบชั่วคราว โดยผู้บริโภคจะเลือกซื้อสินค้าและบริการที่เน้นความสะดวกและราคา มากกว่าคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคและกลุ่มธุรกิจ เพราะส่วนใหญ่จะใช้บริการสินค้าหรือบริการนั้น ๆ เพียงครั้งเดียว
นอกจากนี้ แนวคิดดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อมาตรฐานและตลาดแรงงาน โดยเฉพาะงานบางประเภทที่ผู้ให้บริการไม่มีประสบการณ์ในด้านนี้มาก่อน และเข้ามาดำเนินการเพื่อเป็นอาชีพเสริม รวมถึงอาจมีกลุ่มคนทำงานบางส่วนเปลี่ยนมาหารายได้จากการปล่อยเช่าสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มากขึ้นแทนการทำงานประจำ

วิเคราะหแ์ ละคาดการณ์แนวโน้มของ Sharing Economy ในอนาคตอันใกล้(1-2 ปี) นี้
มีความพยายามคิดค้นนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เช่น สมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทยได้เปิดตัวแอพพลิเคชัน Go Bike ซึ่งพัฒนาในไทย เพื่อแก้ไขปัญหาทางกฎหมายที่กระทบต่อแอพพลิเคชันเรียกบริการแท็กซี่ในลักษณะเดียวกัน
เช่น Grab และ Uber จากประเด็นข้างต้น จึงเห็นว่าแนวโน้มของแชริ่งอีโคโนมี่มีความชัดเจน โดยจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในเศรษฐกิจไทยต่อไปในอนาคต ดังนั้น การพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีความครอบคลุมและสอดคล้องจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องพัฒนาอย่างยิ่งในระยะต่อไป

References
https://www.theeleader.com/
https://www.google.com/
https://www.youtube.com/watch?v=k3lB8Ex2Vio
Follow My Blog
Get new content delivered directly to your inbox.